6 วิธีดูแลสุขภาพดวงตาผู้สูงอายุ

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

8 ช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำมากที่สุด

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

รักษาเส้นเลือดขอดก่อนอาการลุกลาม !?

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

โรคปริทันต์ หรือโรครำมะนาด คืออะไร? อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบรักษาและป้องกันก่อนสายเกิน

โรคปริทันต์ หรือโรครำมะนาด คืออะไร? อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบรักษาและป้องกันก่อนสายเกิน

โครงสร้างของระบบประสาทและสมอง

โครงสร้างของระบบประสาทและสมอง ระบบประสาทและสมองเป็นส่วนที่ซับซ้อนและสำคัญของร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย การคิด การเคลื่อนไหว และการรับรู้ ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง ระบบประสาท (Nervous System) ระบบประสาทแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ 1. ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System – CNS)– ประกอบด้วยสมอง (Brain) และไขสันหลัง (Spinal Cord)– ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประมวลผลข้อมูลและการสั่งการ 2. ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System – PNS)– ประกอบด้วยเส้นประสาท (Nerves) ที่เชื่อมต่อ CNS กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย– แบ่งย่อยเป็นระบบประสาทซอมาติก (Somatic Nervous System) และระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) 2.2 ระบบประสาทซอมาติก (Somatic Nervous System)ควบคุมการเคลื่อนไหวที่เป็นจิตสำนึก (Voluntary Movements)เชื่อมโยงระหว่าง CNS กับกล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscles) 2.3 ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)ควบคุมการทำงานของอวัยวะภายในที่ไม่อยู่ในจิตสำนึก (Involuntary Functions)แบ่งเป็นสองส่วนย่อย:– ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System)เตรียมร่างกายสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการตอบสนองที่รุนแรง เช่น การต่อสู้หรือการหนี (Fight or Flight Response)– ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System)ส่งเสริมการทำงานของร่างกายเมื่ออยู่ในภาวะผ่อนคลาย เช่น การย่อยอาหารและการพักผ่อน (Rest and Digest) สมอง (Brain) สมองเป็นส่วนสำคัญที่สุดของ CNS และมีส่วนประกอบหลักหลายส่วน ได้แก่:1. สมองใหญ่ (Cerebrum) แบ่งออกเป็นซีกซ้ายและซีกขวา (Left and Right Hemispheres)ควบคุมการคิด การตัดสินใจ การรับรู้ การเคลื่อนไหวและความรู้สึกประกอบด้วยกลีบสมองหลัก 4 กลีบ (Lobes)– กลีบหน้าผาก (Frontal Lobe) ควบคุมการตัดสินใจ การคิดเชิงเหตุผล และการเคลื่อนไหว– กลีบข้าง (Parietal Lobe) รับรู้ความรู้สึกและการรับรู้จากร่างกาย– กลีบท้ายทอย (Occipital Lobe) การมองเห็น– กลีบขมับ (Temporal Lobe) การได้ยินและความจำ 2. สมองน้อย (Cerebellum)– ควบคุมการทรงตัว การประสานงาน และการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อน 3. ก้านสมอง (Brainstem)– ควบคุมการทำงานที่เป็นพื้นฐาน เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ และการย่อยอาหาร– ประกอบด้วยเมดัลลา ออบลองกาตา (Medulla Oblongata), พอนส์ (Pons), และมีดิอัพซัลอน (Midbrain) การทำงานร่วมกันของระบบประสาทและสมอง ระบบประสาทและสมองทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องเพื่อควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การรับรู้ทางประสาทสัมผัส จนถึงการตอบสนองทางอารมณ์และการคิดเชิงซับซ้อน การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท (Neurons) ทำให้เกิดการส่งผ่านข้อมูลอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

รู้จักแสงสีฟ้าและวิธีถนอมดวงตาจากแสงสีฟ้า

แสงสีฟ้าคืออะไร ? แสงสีฟ้า (Blue Light) คืออะไร แสงสีฟ้า หรือ Blue Light คือ คลื่นพลังงานแสงสีฟ้าธรรมชาติที่แตกแยกออกมาจากรังสียูวี (Ultra violet) ธรรมชาติที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และแสงสีฟ้าสามารถหาเจอได้จากสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองอีกด้วย 1. แสงสีฟ้าจากแหล่งธรรมชาติ นอกจากแสงสีฟ้าหาได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังสามารถหาต้นกำเนิดแสงสีฟ้าได้จากธรรมชาติอีกด้วย เช่น แสงดวงอาทิตย์ที่ผ่านชั้นบรรยกาศ มีพลังงานสูงแต่ระยะของคลื่นสั้น จึงเกิดการประทะระหว่างโมเลกุลของน้ำและอากาศจนกระจายฟุ้งออกทั่วท้องฟ้าในยามกลางวัน จึงทำให้ผู้คนมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้านี่เอง 2. แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แสงสีฟ้าที่เกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์จอสัมผัสอย่าง สมาร์ทโฟน อุปกรณ์ทัชสกีนรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งหลอดไฟฟ้า ซึ่งความเข้มของแสงสีฟ้าแต่ละอุปกรณ์จะมีปริมาณความหนาแน่นแตกต่างกันออกไป 3. ผลกระทบต่อการนอนหลับ ผลกระทบต่อการนอนหลับ (Insomnia) การได้รับคลื่นพลังงานแสงสีฟ้ามากเกินไป มีผลต่อ นาฬิกาชีวิต (Circadian rhythm) ของระบบทำงานภายในร่างกายแต่ละบุคคลเปลี่ยนไป แสงสีฟ้าจากหน้าจอทำให้ต่อมไพเนียล(Pineal gland) ที่สร้างฮอรโมนเมลาโทนิน (Melatonin) จากสมองน้อยลง สร้างผลกระทบให้ผู้ป่วยนอนไม่หลับ และหลับไม่สนิท แสงสีฟ้าก็มีข้อดีเช่นกัน แสงสีฟ้ามีข้อดีดังนี้– เป็นแสงที่ช่วยปรับสภาวะทางอารมณ์ให้ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า และโฟกัสในสิ่งที่ทำได้อย่างกระฉับกระเฉง– แสงสีฟ้าช่วยปรับสมองมีความจำที่ดีขึ้น เมื่อมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สามารถเข้าใจได้ง่าย– เป็นแสงสีฟ้าที่ช่วยบรรเทาโรคซึมเศร้า(Depression) และโรคอารมณ์ตามฤดูกาล (SAD) วิธีปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า 1. ใช้น้ำตาเทียม น้ำตาเทียม (Artificial tears) เป็นสารมีมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับน้ำตาธรรมชาติ ช่วยหล่อลื่นและเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ดวงตา บรรเทาอาการตาล้า ตาแห้ง จากการปะทะแสงสีฟ้าในจอคอม ให้หายอาการตาล้า บรรเทาความระคายเคืองในดวงตาให้ทุเลาลงได้ 2. ปรับระยะห่าง ปรับระยะห่างระหว่างดวงตากับหน้าจอ ให้อยู่ห่างประมาณ 2 ฟุต 3. พักสายตา การถนอมสายตาโดยใช้กฎ 20-20-20 เพื่อพักดวงตาที่ได้รับรังสีแสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ใช้สายตาจดจ้องมากเกินไป มีวิธีเริ่มต้นคือ การหลับตา หรือมองออกไปยังทิวทัศน์มุมอื่น ๆออกไปประมาณ 20 วินาที ในระยะอย่างน้อย 20 ฟุต ในทุก ๆ 20 นาทีในขณะทำกิจกรรม 4. ปรับความสว่างแสงหน้าจอให้พอดี ควรปรับระดับแสงจากหน้าจอเป็นสีแนวโทน Warm light ให้สอดคล้องกับแสงสว่างในห้องของผู้ใช้ให้พอดี หากทำงานเวลากลางคืน ควรเปิดโคมไฟแสงสีขาวคู่กับหน้าจอคอม 5. พบแพทย์และตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ บุคคลที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน เช่น พนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนด์สายงานดิจิตอล โปรแกรมเมอร์ และอาชีพอื่น ๆ เกิดภาวะอาการตาล้าสะสมจากการจดจ้องหน้าจอคอมมากเกินไป หรือ บุคคลที่มีภาวะสายตาสั้นอยู่แล้ว และบุคคลที่มีอายุ 40 ปีเป็นต้นไปที่เริ่มมีอาการสายตายาวเริ่มต้น สามารถทำการนัดตรวจสุขภาพประจำปัเพื่อดูสภาพการทำงานของดวงตาปัจจุบัน พร้อมให้คำแนะนำวิธีถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า อย่างการสวมใส่แว่นที่มีเลนส์กรองแสงสีฟ้า  และการให้ยาบำรุงสายตาแก่ผู้ป่วย เป็นต้น

บทความเกี่ยวกับเส้นเลือดขอดและวิธีการรักษา

เส้นเลือดขอดอันตรายกว่าที่คิด!?

เส้นเลือดขอด คือ เส้นเลือดที่บวม โป่งพอง และบิดขด อยู่บริเวณผิวหนังชั้นบน พบบ่อยบริเวณขา เนื่องจากแรงดันในเส้นเลือดที่สูงขึ้นจากการเดินหรือยืนนานๆ เส้นเลือดขอดและภาวะหลอดเลือดฝอยขดคล้ายเส้นใยแมงมุมเป็นลักษณะของเส้นเลือดขอดที่ไม่รุนแรง ไม่นับเป็นโรคแต่เป็นเรื่องของความสวยความงาม แต่ในบางราย ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายตัว ปวดเมื่อย หรือมีปัญหาอื่น ๆ ที่มีสาเหตุมาจากเส้นเลือดขอด การรักษาเส้นเลือดขอดนั้นสามารถทำได้เองที่บ้าน หรืออาจมารับการรักษาเพื่อทำให้เส้นเลือดตีบลงหรือนำเส้นเลือดดังกล่าวออก

7 สุดยอดอาหาร…อยาก “บำรุงหัวใจ” ต้องรู้

7 สุดยอดอาหาร…อยาก “บำรุงหัวใจ” ต้องรู้ หัวใจ ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมากต่อร่างกาย เนื่องจากมีหน้าที่คอยบีบตัว เพื่อส่งเลือดไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อขนส่งสารอาหาร ออกซิเจนและสารสำคัญต่าง ๆ ให้เซลล์ในร่างกายแต่ละเซลล์ ทำให้อวัยวะต่าง ๆ สามารถทำงานได้อย่างปกติ ดังนั้น การดูแลหัวใจให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากหัวใจทำงานได้แย่ลง หรือไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ก็จะส่งผลให้ร่างกายโดยรวมแย่ลงด้วยเช่นกัน ซึ่งอาหารก็จัดเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรง โดยช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมันในเลือด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั่นเอง การรับประทานอาหารนั้นก็สำคัญสำหรับสุขภาพของหัวใจเช่นกัน และ ยังรวมไปถึงการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอและการพักผ่อนที่เพียงพออีกด้วย บทความนี้จึงได้รวบรวม อาหารบำรุง หัวใจมาให้คุณได้ดูกัน ผักใบเขียว ผักถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร แต่สำหรับผักใบเขียวนั้นถือว่าเป็นผักที่ดีต่อหัวใจอย่างมาก เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน เค ที่มีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด และยังมีคุณสมบัติในการป้องกันการสะสมของแคลเซียมที่บริเวณผนังของหลอดเลือดจากสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในผักใบเขียว จึงช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงจึงทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ดีขึ้น โดยจากการศึกษาพบว่าในกลุ่มคนที่กินผักเป็นประจำจะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง  ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต เป็นต้น ถือเป็นแหล่งใยอาหารที่ดีซึ่งจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมัน LDL หรือไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายลงได้ ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงได้ ปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาที่มีไขมันสูง ไม่ว่าจะเป็น แซลมอน ทูน่าและซาร์ดีน จะอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งถือเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพ เพราะสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ในเลือด และความดันโลหิต ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยตามหลักคำแนะนำการกินปลาให้ดีต่อสุขภาพได้แนะนำให้มีปลาเป็นส่วนประกอบในมื้ออาหารอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมกา 3 อย่างเพียงพอแล้ว  มะเขือเทศ ถือเป็นพืชอีกชนิดที่มีประโยชน์มากมาย โดยอย่างที่ได้ยินกันบ่อยที่สุดคือ “ไลโคปีน” ที่มีการศึกษาพบว่าหากในร่างกายมีระดับไลโคปีนที่น้อยจะส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น และพบอีกว่าหากเรากินมะเขือเทศอย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยเพิ่มระดับไขมัน HDL หรือไขมันที่ดีต่อร่างกายได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังช่วยให้หลอดเลือดของเราแข็งแรงขึ้นอีกด้วย อโวคาโด เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) ซึ่งสามารถลดระดับไขมัน LDL ลงได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของโพแทสเซียมที่มีการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการลดระดับความดันโลหิต ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ เราอาจเติมอะโวคาโดลงในอาหารวันละ 1 ผล เพื่อเป็นการเติมสิ่งที่ดี ๆ ให้หัวใจก็ได้ ผลไม้ตระกูลเบอรี่ ไม่ว่าจะเป็นบลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ แบล็กเบอรี่ ถือเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งจะช่วยป้องกันการอักเสบและชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ที่อาจพัฒนาไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ในอนาคต  โดยมีการศึกษายืนยันว่าการกินเบอร์รี่มีส่วนช่วยให้หัวใจแข็งแรงและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย  ช็อกโกแลต โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลตจะมีสารฟลาโวนอยด์ที่ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ซึ่งจากการศึกษาพบว่าหากเรากินดาร์กช็อกโกแลต 2 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดการจับตัวของแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตยังสามารถทำงานได้เป็นปกติ และก็ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ อาหารบำรุง หัวใจ ของเราให้แข็งแรงได้มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญคือการเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัด มันจัด และเค็มจัด รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสุขภาพของร่างกายและหัวใจของเราให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง นอกจากนี้คุณยังสามารถให้ ทีมนักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา ช่วยออกแบบตารางอาหารคุมน้ำหนัก อาหารบำรุง หัวใจ ตารางการออกกำลังกาย และการให้คำแนะนำในการจัดการความเครียด เพื่อให้คุณมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ควบคู่จิตใจที่แข็งแรงพร้อมกับการทำกิจกรรมในทุก ๆ วัน นอกจากอาหาร อากาศบริสุทธิ์ และจิตใจสบายไม่เครียดแล้ว การออกกำลังให้สุขภาพดีนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่มักจะมีข้อแก้ตัวบ่อยๆว่า ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ความจริงแล้วไม่ต้องใช้เวลามากมายเพียงแค่วันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็พอ จะเกิดผลดีต่อหัวใจและปอด และก็ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมายหรือเครื่องมือราคาแพงอะไร มีเพียงพื้นที่ในการเดินก็พอแล้ว วิธีดีที่สุดคือการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ในกรณีที่สิ่งแวดล้อมของหมู่บ้านไม่สะดวกหรือเสี่ยงกับอุบัติเหตุ อาจใช้วิธีถีบจักรยานอยู่กับที่หรือเดินบนสายพานในขณะที่ฟังข่าวหรือดูละคร โทรทัศน์ ต้องถือว่าการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน สุขภาพดีเราต้องดูแลตนเอง นอกจากการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้วนั้น การตรวจสุขภาพเองก็สำคัญเช่นกัน …