การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจสุขภาพ

การเตรียมตัวก่อนการตรวจสุขภาพ 1. ก่อนการตรวจสุขภาพ ไม่ควรอดนอน ดื่มสุรา หรือกาแฟ ในคืนก่อนตรวจสุขภาพ เนื่องจากจะทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าที่เป็นจริง ควรใส่เสื้อผ้าที่พับแขนเสื้อขึ้นได้สะดวก ไม่รัดแน่น เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด ถ้ามีการทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test) ควรใส่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวได้สะดวกหรือชุดกีฬา ถ้าต้องตรวจภายใน(สุภาพสตรี)ควรสวมกระโปรง และควรตรวจก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน 2. การอดอาหารก่อนการตรวจสุขภาพ การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ควรงดน้ำ และอาหารก่อนเจาะเลือด 6 ชม. หากต้องตรวจไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล,ไตรกลีเซอร์ไรด์, HDL, LDL) ควรงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 12 ชม. หากกระหายน้ำหรือหิวมากให้จิบน้ำเปล่าได้เพียงเล็กน้อย หลังการเจาะเลือดแล้ว สามารถดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้ทันที จากนั้นเข้ารับการตรวจรายการต่อไป ยกเว้น หากต้องตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน ยังคงต้องงดน้ำและอาหารก่อน จนกว่าจะตรวจอัลตร้าซาวด์เสร็จ 3. เมื่อเจาะเลือดเสร็จแล้ว ควรกดบริเวณที่เจาะเลือดไว้อย่างน้อย 5-10 นาที ไม่คลึง หรือนวดบริเวรที่เจาะเลือด เพราะอาจทำให้เส้นเลือดแตกได้ ในกรณีมีรอยช้ำเขียวบริเวณที่เจาะเลือด อาจเกิดจากเส้นเลือดแตก รอยช้ำเขียวกล่าวจะหายได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ อาจทายาแก้ฟกช้ำ เช่น ฮีรูดอยด์ แต่ไม่ควรนวดคลึงบริเวรที่เส้นเลือดแตก 4. การเก็บปัสสาวะ ให้ถ่ายปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อนจึงเก็บปัสสาวะในช่วงกลาง (Mid Stream) สุภาพสตรีที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือนไม่ควรตรวจ ปัสสาวะหรือถ้าต้องตรวจกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ 5. เอ็กซเรย์ ต่างๆ วันตรวจงดใส่เครื่องประดับต่างๆ ที่เป็นโลหะ สุภาพสตรีงดใส่ชุดชั้นในที่เป็นโครงเหล็ก ไม่ควรเอ็กซเรย์ หากไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบก่อนการเอ็กซเรย์ 6. การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound Abdomen) การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน ควรงดน้ำและอาหาร 6 ชม. ถ้าหิวหรือกระหายมากสามารถจิบน้ำเปล่าสะอาดได้เพียงเล็กน้อย การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง ควรดื่มน้ำมากๆ และกลั้นปัสสาวะจนปวดแล้วเข้ารับการตรวจ 7. การตรวจเอ็กซเรย์เต้านม (Memmogram) ควรตรวจก่อนหรือหลังมีประจำเดือนอย่างน้อย 7 วัน งดทาแป้ง โลชั่น และครีมต่างๆ บริเวณเต้านม และรักแร้ในวันตรวจ

ระวัง!โรคที่มากับน้ำท่วม

ระวัง! โรคที่มากับน้ำท่วม ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานีปี 2562 ถือว่าหนักสุดในรอบ17ปี ถนนหลายสายต้องปิดการจราจรลง ประชาชนต้องอพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักพิง ผู้ที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วม นอกจากสภาพจิตใจที่วิตกกังวลแล้ว ยังต้องเสี่ยงต่อโรคร้ายหลายโรคที่มากับน้ำท่วมซึ่งแต่ละโรคมีความรุนแรงตั้งแต่สร้างความรำคาญ จนถึงสามารถเสียชีวิตได้ โรคที่เป็นอันตรายที่มากับน้ำท่วมได้แก่ 1. โรคฉี่หนู (Leptospirosis) อาการสำคัญ มีไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขาหรือปวดหลัง อาจมีอาการตาแดง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอมีเลือดปน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะน้อย ซึม สับสน การป้องกัน 1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำลุยโคลน2. ป้องกันไม่ให้บาดแผลสัมผัสถูกน้ำโดยการสวมถุงมือยางหรือร้องเท้าบู๊ต3. รีบล้างมือล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่แล้วเช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุดเมื่อต้องลุยน้ำลุยโคลน 2. ไข้เลือดออก (Dengue Fever) อาการสำคัญ มีไข้สูงมาก ปวดศีรษะวิงเวียน และคลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว จุดเลือดออกตามผิวหนัง และมีเลือดออกตามไรฟัน การป้องกัน 1. ระวังอย่าให้ยุงกัดในเวลากลางวัน2. นอนในมุ้ง ทายากันยุง3. กำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยปิดฝาภาชนะเก็บน้ำไม่ให้มีน้ำขัง นอกจากโรคร้ายที่มากับน้ำท่วมแล้วยังต้องระวังอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆในช่วงน้ำท่วม ได้แก่ ไฟดูด จมน้ำ รวมถึงเหยียบของมีคม อันตรายจากการถูกสัตว์ร้ายมีพิษกัดต่อย เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง ซึ่งหนีน้ำมาหลบอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน