วันวัณโรคสากล
“24 มีนาคม วันวัณโรคสากล” โรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมรณรงค์ “YES WE CAN END TB” “ยุติวัณโรคเราทำได้”
เส้นฟอกไตหรือเส้นฟอกเลือดการดูแลตนเองหลังผ่าตัดเส้นฟอกไต
เส้นฟอกไต หรือเส้นฟอกเลือด เส้นฟอกเลือดที่แขนชนิดเส้นเลือดจริง(AVF) เส้นฟอกเลือดที่แขนชนิดเส้นเลือดจริง เป็นการผ่าตัดทำทางเชื่อมระหว่างหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ ทำให้หลอดเลือดดำมีการปรับตัวขยายขนาด มีเลือดไหลเวียนมากขึ้น ข้อดี : อายุการใช้งานยาวนาน >2ปี และโอกาสติดเชื้อน้อยข้อเสีย : หลังทำแล้วต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ จึงสามารถฟอกไตได้ และมีผู้ป่วยประมาณ 20-40% ที่ไม่สามารถใช้หลอดเลือดธรรมชาติฟอกไตจากหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ไม่เพียงพอ เส้นฟอกไตโดยใส่สายระยะยาว (Perm cath) เส้นฟอกไตโดยใส่สายระยะยาว เป็นการใส่สายขนาดใหญ่ไปในหลอดเลือดดำใหญ่ เพื่อให้สามารถนำเลือดปริมาณมากเข้าเครื่องฟอกหรือเครื่องไตเทียมได้รวดเร็วข้อดี : สามารถใช้ได้ทันทีหลังใส่สายเสร็จข้อเสีย : ถ้าใช้ไปนานๆ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดดำใหญ่อุดตัน และมีโอกาสติดเชื้อง่ายกว่าชนิดอื่น การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเส้นฟอกไต ● ตรวจร่างกาย และตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินความพร้อมของหลอดเลือด ก่อนผ่าตัด● ในระหว่างรอจนถึงวันผ่าตัด แนะนำให้ผู้ป่วยควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยการรับประทานยาให้สม่ำเสมอเพื่อป้องกัน● ในกรณีผู้ป่วยรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดจำเป็นต้องงดยาก่อนผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์ก่อน● ในบางรายแพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยในการตรวจหาหลอดเลือดก่อนผ่าตัด● ห้ามลบรอยปากกาที่เขียนบนแขนของท่าน● ระมัดระวังไม่ให้แขนข้างที่จะทำการผ่าตัด ถูกเข็มแทง เจาะเลือด หรือวัดความดัน● ควรบริหารเส้นเลือดข้างที่จะทำเส้นฟอกไตด้วยการบีบและคลายลูกบอลสลับไปมาครั้งละ 10-15นาที เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือด● ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร การดูแลตนเองหลังผ่าตัดเส้นฟอกไต ● ควรสังเกตว่า หลังผ่าตัดมีเลือดออกมาผิดปกติหรือไม่ ถ้าผิวหนังบริเวณผ่าตัดบวมโป่งหรือมีเลือดซึมไม่หยุด ควรปรึกษาแพทย์● ในช่วงเวลา 7 วันแรกของการผ่าตัด โดยทั่วไปจะได้ยาปฏิชีวนะแบบรับประทาน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่หากมีอาการบวมแดงร้อน กดเจ็บพร้อมกับมีไข้แผลอาจมีการติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์● ระวังไม่ให้แผลผ่าตัดเปียกน้ำ 7-14 วัน หรือจนกว่าจะตัดไหม● ควรยกแขนสูงโดยเฉพาะ 2-3 วันแรกหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันไม่ให้มีเลือดหรือน้ำเหลืองคั่งใต้ผิวหนังรอบๆ แผลผ่าตัด● ควรออกกำลังกายฝ่ามือ แขน โดยวิธีกำลูกเทนนิส หรือ ลูกบอลลูกเล็กๆ เป็นจังหวะ (กำ-เกร็ง-ปล่อย) ประมาณ500 ครั้ง/วัน● ระวังอย่าให้แผลที่ผ่าตัดไปกระทบกระแทกของแข็งหรือของมีคม ระวังการทำกิจกรรมต่างๆ ที่อาจส่งผลกดทับเส้นเลือด● ห้ามเจาะเลือด ห้ามวัดความดัน และห้ามแทงเข็ม เพื่อให้น้ำเกลือหรือยาบริเวณแขนข้างที่ทำการผ่าตัด
เชื้อ HPV 4 สายพันธุ์เชื้อไวรัส HPV คืออะไร?
HPV 4 สายพันธุ์ วัคซีน HPV คืออะไร? วัคซีน HPV คือ วัคซีนที่ใช้ป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในเพศหญิง รวมถึงโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในผู้ชาย วัคซีน HPV 2 สายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ ต่างกันอย่างไร? ไวรัส HPV ทั้งหมดมีมากกว่ากว่า 100 สายพันธุ์ ประมาณ 40 สายพันธุ์ส่งผลต่ออวัยวะสืบพันธุ์ – วัคซีน HPV 2 สายพันธุ์ (Bivalent vaccine: Cervarix) คือ วัคซีนที่ป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก – ส่วนวัคซีน HPV 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent vaccine: Gardasil ) คือ วัคซีนที่ป้องกันเชื้อไวรัส HPV ได้ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ซึ่งสายพันธุ์ 6 และ 11 ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ วัคซีน HPV ฉีดตรงไหน ฉีดกี่ครั้ง? การใช้วัคซีน HPV จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน – เด็กช่วงอายุ 9-14 ปีควรได้รับวัคซีน 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างแต่ละเข็มที่ 6 เดือน – หากอายุ 15 ปีขึ้นไป ควรได้รับวัคซีน 3 เข็ม ที่ 0, 1 และ 6 เดือน ฉีดวัคซีน HPV ได้ ไม่ต้องตรวจภายในก่อน – ไม่จำเป็นต้องตรวจภายในก็ฉีดวัคซีน HPV ได้เลย แต่หากติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ใดไปแล้ว การฉีดวัคซีนไม่สามารถช่วยรักษาหรือป้องกันการเกิดโรคจากไวรัสชนิดนั้นๆ ได้ ทำได้เพียงป้องกันเชื้อสายพันธุ์ที่ยังไม่ติดเท่านั้น – ดังนั้นเพื่อให้วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี เมื่ออายุเกิน 26 ปีไปแล้วอาจไม่ได้ผลนัก สามารถปรึกษาแพทย์ดูก่อนได้ว่าควรรับวัคซีนหรือไม่ …
เชื้อ HPV 9 สายพันธุ์เชื้อไวรัส HPV คืออะไร?
HPV 9 สายพันธุ์ เชื้อไวรัส HPV คืออะไร? เชื้อไวรัส HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มีประมาณ 40 สายพันธุ์ ที่ก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ ที่รู้จักกันดีคือ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่ หรือ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการใดๆ ที่ใช้รักษาการติดเชื้อไวรัส HPV แต่เราสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV โดยวัคซีนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยแต่เดิมมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ – วัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์ (ครอบคลุมสายพันธุ์ 16 และ 18) – วัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ (ครอบคลุมสายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18)เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าในปี พ.ศ. 2563 นี้ ประเทศไทยเราจะมีวัคซีน HPV ตัวใหม่เข้ามาจำหน่ายในท้องตลาด คือ วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ คืออะไร? วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (Human Papillomavirus 9-valent Vaccine) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายที่พัฒนามาจากวัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV 9 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ในผู้หญิงและผู้ชาย ที่มีอายุตั้งแต่ 9 ถึง 45 ปี วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์กับการป้องกันโรค วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง มีรายละเอียดดังนี้วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์กับการป้องกันโรคในผู้หญิง ในผู้หญิงอายุ 9-45 ปี วัคซีน HPV 9…





