รพ.ราชเวชอุบลฯ ขอแจ้งการขายกิจการสถานพยาบาล

เรียน ผู้รับบริการทุกท่าน                        บริษัท ราชเวชอุบลราชธานี จำกัด (“บริษัทฯ”) ขอขอบพระคุณที่ท่านให้ความไว้วางใจเข้ารับบริการทางการแพทย์กับบริษัทฯ มาโดยตลอด             บริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทฯ ได้ตกลงขายกิจการสถานพยาบาลภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลราชเวชอุบลราชธานี” ให้แก่ บริษัท โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อุบลราชธานี จำกัด ซึ่งจะดำเนินกิจการสถานพยาบาลภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อุบลราชธานี” โดยการขายกิจการจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป             การขายกิจการสถานพยาบาลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินกิจการสถานพยาบาลและการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหมายมิให้การรักษาพยาบาลและการให้บริการทางการแพทย์ที่ท่านได้รับได้รับผลกระทบ รวมทั้งเพื่อให้การดูแลรักษาพยาบาลสามารถดำเนินต่อเนื่องได้อย่างเหมาะสม             สำหรับผู้ป่วยที่ได้ชำระค่าบริการล่วงหน้าสำหรับแพ็กเกจหรือคอร์สการรักษาที่สามารถใช้สิทธิได้ภายหลังวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยท่านสามารถเลือกขอรับเงินคืนในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ หรือเลือกใช้บริการต่อกับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อุบลราชธานี ทั้งนี้ การใช้บริการต่อจะดำเนินการก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน             นอกจากนี้ การขายกิจการครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของท่านในฐานะผู้ป่วย และไม่มีผลกระทบต่อการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเวชระเบียนของท่าน ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่รักษาความมั่นคงปลอดภัยและความลับของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย และ/หรือผู้มีอำนาจของผู้ป่วย หรือมีฐานทางกฎหมายที่ให้อำนาจดำเนินการได้ เพื่อให้การดำเนินกิจการและการให้บริการทางการแพทย์เป็นไปอย่างต่อเนื่องบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลสุขภาพของท่าน ให้แก่บริษัท โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อุบลราชธานี จำกัด ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินกิจการสถานพยาบาลต่อไปเพื่อดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยฐานกฎหมายที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการประมวลผลในแต่ละกรณี รวมถึงเพื่อการให้บริการด้านการแพทย์ การปฏิบัติตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญา และประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย             ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ขอรับสำเนาข้อมูล ขอแก้ไขข้อมูล ขอจำกัดการประมวลผล ขอคัดค้านการประมวลผลในกรณีที่กฎหมายกำหนด ขอรับหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การใช้สิทธิบางประการอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล การจัดทำและเก็บรักษาเวชระเบียน หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง             จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และบริษัทฯ ขอเรียนยืนยันว่าจะดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยคุณฟ้าประทาน จิตตรัตน์เสนีย์กรรมการบริษัท ราชเวชอุบลราชธานี จำกัด

6 วิธีดูแลสุขภาพดวงตาผู้สูงอายุ

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

8 ช่วงเวลาที่ควรดื่มน้ำมากที่สุด

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

รักษาเส้นเลือดขอดก่อนอาการลุกลาม !?

หลายคนที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะละเลยเรื่องของการรักษาไป เพราะคิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร ซึ่งหากเป็นในระยะแรกอาจจะมีแค่อาการปวด เมื่อยขา เป็นตะคริว ฯลฯ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจนเป็นระยะเรื้อรัง จะทำให้สีผิวเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผิวแตกและแข็งกระด้าง ซึ่งรักษาได้ยากแล้ว

โรคปริทันต์ หรือโรครำมะนาด คืออะไร? อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบรักษาและป้องกันก่อนสายเกิน

โรคปริทันต์ หรือโรครำมะนาด คืออะไร? อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบรักษาและป้องกันก่อนสายเกิน

โครงสร้างของระบบประสาทและสมอง

โครงสร้างของระบบประสาทและสมอง ระบบประสาทและสมองเป็นส่วนที่ซับซ้อนและสำคัญของร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย การคิด การเคลื่อนไหว และการรับรู้ ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง ระบบประสาท (Nervous System) ระบบประสาทแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ 1. ระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System – CNS)– ประกอบด้วยสมอง (Brain) และไขสันหลัง (Spinal Cord)– ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประมวลผลข้อมูลและการสั่งการ 2. ระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System – PNS)– ประกอบด้วยเส้นประสาท (Nerves) ที่เชื่อมต่อ CNS กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย– แบ่งย่อยเป็นระบบประสาทซอมาติก (Somatic Nervous System) และระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) 2.2 ระบบประสาทซอมาติก (Somatic Nervous System)ควบคุมการเคลื่อนไหวที่เป็นจิตสำนึก (Voluntary Movements)เชื่อมโยงระหว่าง CNS กับกล้ามเนื้อลาย (Skeletal Muscles) 2.3 ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)ควบคุมการทำงานของอวัยวะภายในที่ไม่อยู่ในจิตสำนึก (Involuntary Functions)แบ่งเป็นสองส่วนย่อย:– ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System)เตรียมร่างกายสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการตอบสนองที่รุนแรง เช่น การต่อสู้หรือการหนี (Fight or Flight Response)– ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System)ส่งเสริมการทำงานของร่างกายเมื่ออยู่ในภาวะผ่อนคลาย เช่น การย่อยอาหารและการพักผ่อน (Rest and Digest) สมอง (Brain) สมองเป็นส่วนสำคัญที่สุดของ CNS และมีส่วนประกอบหลักหลายส่วน ได้แก่:1. สมองใหญ่ (Cerebrum) แบ่งออกเป็นซีกซ้ายและซีกขวา (Left and Right Hemispheres)ควบคุมการคิด การตัดสินใจ การรับรู้ การเคลื่อนไหวและความรู้สึกประกอบด้วยกลีบสมองหลัก 4 กลีบ (Lobes)– กลีบหน้าผาก (Frontal Lobe) ควบคุมการตัดสินใจ การคิดเชิงเหตุผล และการเคลื่อนไหว– กลีบข้าง (Parietal Lobe) รับรู้ความรู้สึกและการรับรู้จากร่างกาย– กลีบท้ายทอย (Occipital Lobe) การมองเห็น– กลีบขมับ (Temporal Lobe) การได้ยินและความจำ 2. สมองน้อย (Cerebellum)– ควบคุมการทรงตัว การประสานงาน และการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อน 3. ก้านสมอง (Brainstem)– ควบคุมการทำงานที่เป็นพื้นฐาน เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ และการย่อยอาหาร– ประกอบด้วยเมดัลลา ออบลองกาตา (Medulla Oblongata), พอนส์ (Pons), และมีดิอัพซัลอน (Midbrain) การทำงานร่วมกันของระบบประสาทและสมอง ระบบประสาทและสมองทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องเพื่อควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การรับรู้ทางประสาทสัมผัส จนถึงการตอบสนองทางอารมณ์และการคิดเชิงซับซ้อน การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท (Neurons) ทำให้เกิดการส่งผ่านข้อมูลอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

รู้จักแสงสีฟ้าและวิธีถนอมดวงตาจากแสงสีฟ้า

แสงสีฟ้าคืออะไร ? แสงสีฟ้า (Blue Light) คืออะไร แสงสีฟ้า หรือ Blue Light คือ คลื่นพลังงานแสงสีฟ้าธรรมชาติที่แตกแยกออกมาจากรังสียูวี (Ultra violet) ธรรมชาติที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และแสงสีฟ้าสามารถหาเจอได้จากสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองอีกด้วย 1. แสงสีฟ้าจากแหล่งธรรมชาติ นอกจากแสงสีฟ้าหาได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังสามารถหาต้นกำเนิดแสงสีฟ้าได้จากธรรมชาติอีกด้วย เช่น แสงดวงอาทิตย์ที่ผ่านชั้นบรรยกาศ มีพลังงานสูงแต่ระยะของคลื่นสั้น จึงเกิดการประทะระหว่างโมเลกุลของน้ำและอากาศจนกระจายฟุ้งออกทั่วท้องฟ้าในยามกลางวัน จึงทำให้ผู้คนมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้านี่เอง 2. แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แสงสีฟ้าที่เกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์จอสัมผัสอย่าง สมาร์ทโฟน อุปกรณ์ทัชสกีนรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งหลอดไฟฟ้า ซึ่งความเข้มของแสงสีฟ้าแต่ละอุปกรณ์จะมีปริมาณความหนาแน่นแตกต่างกันออกไป 3. ผลกระทบต่อการนอนหลับ ผลกระทบต่อการนอนหลับ (Insomnia) การได้รับคลื่นพลังงานแสงสีฟ้ามากเกินไป มีผลต่อ นาฬิกาชีวิต (Circadian rhythm) ของระบบทำงานภายในร่างกายแต่ละบุคคลเปลี่ยนไป แสงสีฟ้าจากหน้าจอทำให้ต่อมไพเนียล(Pineal gland) ที่สร้างฮอรโมนเมลาโทนิน (Melatonin) จากสมองน้อยลง สร้างผลกระทบให้ผู้ป่วยนอนไม่หลับ และหลับไม่สนิท แสงสีฟ้าก็มีข้อดีเช่นกัน แสงสีฟ้ามีข้อดีดังนี้– เป็นแสงที่ช่วยปรับสภาวะทางอารมณ์ให้ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า และโฟกัสในสิ่งที่ทำได้อย่างกระฉับกระเฉง– แสงสีฟ้าช่วยปรับสมองมีความจำที่ดีขึ้น เมื่อมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สามารถเข้าใจได้ง่าย– เป็นแสงสีฟ้าที่ช่วยบรรเทาโรคซึมเศร้า(Depression) และโรคอารมณ์ตามฤดูกาล (SAD) วิธีปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า 1. ใช้น้ำตาเทียม น้ำตาเทียม (Artificial tears) เป็นสารมีมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับน้ำตาธรรมชาติ ช่วยหล่อลื่นและเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ดวงตา บรรเทาอาการตาล้า ตาแห้ง จากการปะทะแสงสีฟ้าในจอคอม ให้หายอาการตาล้า บรรเทาความระคายเคืองในดวงตาให้ทุเลาลงได้ 2. ปรับระยะห่าง ปรับระยะห่างระหว่างดวงตากับหน้าจอ ให้อยู่ห่างประมาณ 2 ฟุต 3. พักสายตา การถนอมสายตาโดยใช้กฎ 20-20-20 เพื่อพักดวงตาที่ได้รับรังสีแสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ใช้สายตาจดจ้องมากเกินไป มีวิธีเริ่มต้นคือ การหลับตา หรือมองออกไปยังทิวทัศน์มุมอื่น ๆออกไปประมาณ 20 วินาที ในระยะอย่างน้อย 20 ฟุต ในทุก ๆ 20 นาทีในขณะทำกิจกรรม 4. ปรับความสว่างแสงหน้าจอให้พอดี ควรปรับระดับแสงจากหน้าจอเป็นสีแนวโทน Warm light ให้สอดคล้องกับแสงสว่างในห้องของผู้ใช้ให้พอดี หากทำงานเวลากลางคืน ควรเปิดโคมไฟแสงสีขาวคู่กับหน้าจอคอม 5. พบแพทย์และตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำ บุคคลที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน เช่น พนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนด์สายงานดิจิตอล โปรแกรมเมอร์ และอาชีพอื่น ๆ เกิดภาวะอาการตาล้าสะสมจากการจดจ้องหน้าจอคอมมากเกินไป หรือ บุคคลที่มีภาวะสายตาสั้นอยู่แล้ว และบุคคลที่มีอายุ 40 ปีเป็นต้นไปที่เริ่มมีอาการสายตายาวเริ่มต้น สามารถทำการนัดตรวจสุขภาพประจำปัเพื่อดูสภาพการทำงานของดวงตาปัจจุบัน พร้อมให้คำแนะนำวิธีถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า อย่างการสวมใส่แว่นที่มีเลนส์กรองแสงสีฟ้า  และการให้ยาบำรุงสายตาแก่ผู้ป่วย เป็นต้น