ผ่าตัดต้อกระจก สิทธิเบิกจ่ายตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด

ประสบการณ์ตรงจากลูกค้า ผ่าตัดต้อกระจก สิทธิเบิกจ่ายตรง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด

อาการปวดศรีษะ

อาการปวดศีรษะ อาการปวดศีรษะ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนทั่วไป ซึ่งบางครั้งไม่ทราบสาเหตุชัดเจน บางคนหายได้เอง บางคนปวดเป็นๆหายๆเรื้อรัง บางคนเกิดจากความผิดปกติภายในศีรษะเอง บางคนก็เกิดจากความเครียด วิตกกังวลสูง ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า แล้วอาการปวดศีรษะยังไงที่ต้องมาตรวจเช็คอย่างละเอียดหรือมาปรึกษาแพทย์ มีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ ดังที่กล่าวคร่าวๆเบื้องต้น อาการปวดศีรษะอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยมักจะเกิดจากภาวะตึงเครียด แต่ถ้ามีลักษณะดังที่กล่าวมาอาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆเพื่อความปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง

โรคหัวใจ

อาการที่บ่งบอกว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม เพศ และอายุ ส่วนปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น ภาวะโรคบางชนิด การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย อาการที่บ่งบอกว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ 1. หัวใจอาจเต้นเร็วหรือช้ากว่าผิดปกติ ใจสั่น เหนื่อยง่าย2. เจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปที่กราม3. มีอาการบวม ที่ขา ข้อ และเท้า4. วิงเวียนศรีษะ นอนราบไม่ได้ แนวทางการป้องกันโรคหัวใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น 1. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมัน หรือน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารจำพวกไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล เพื่อช่วยลดการเกิดไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน2. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น3. งดสูบบุหรี่4. ลดความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ5. ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันในเลือด

โรคที่มากับหน้าฝน

โรคที่มากับหน้าฝน ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ฤดูฝนก็เป็นอีกฤดูหนึ่งที่เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เพราะมีความชื้นในอากาศสูง อุณหภูมิลดลงบางช่วง เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลายชนิดและสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราจึงควรรู้เท่าทัน และเฝ้าระวังโรคที่มักมากับฤดูฝน เรามารู้จักกับโรคที่ชอบมากับฤดูฝนว่ามีโรคอะไรบ้าง? 1.โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล สามารถจำแนกออกเป็น 3 ชนิด โดยสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยที่มีอาการรุนแรง คือ ชนิด A และ B ส่วน สายพันธุ์ชนิด C มักไม่รุนแรง ไข้หวัดใหญ่จะแสดงอาการ ไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีกล้ามเนื้ออักเสบ และอาการทางระบบหายใจตั้งเเต่ น้ำมูก ไอมาก หรือ หากรุนเเรง อาจมีอาการหอบเหนื่อย ปอดอักเสบ เสียชีวิต และอาจมีอาการที่ระบบอื่นอย่างระบบประสาท 2.ไข้เลือดออก เป็นโรคที่ระบาดหนักมากในช่วงฤดูฝน โดยมีจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มขึ้นทุกปี โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งพบได้ในทุกกลุ่มอายุ อาการของโรคไข้เลือดออกแม้จะไม่รุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนถึงเสียชีวิตได้ 3. โรค มือ เท้า ปาก โรคนี้พบบ่อยในเด็กเล็ก ติดต่อง่าย ไม่มีวัคซีนป้องกัน และมีโอกาสเป็นเพิ่มมากขึ้นในช่วงหน้าฝน โดยสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส หลังจากรับเชื้อ 3-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย เริ่มด้วยไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย 1-2 วัน เจ็บปาก ไม่ยอมรับประทานอาหาร มีแผลในปากเหมือนแผลร้อนใน มีผื่นเป็นจุดแดงหรือเป็นตุ่มน้ำใสขึ้นตามลำตัว 4.โรคฉี่หนู โรคนี้จัดเป็นโรคที่ยอดฮิตในหน้าฝนเลยก็ว่าได้ เกิดจากเชื้อโรคของหนู อาจจะเกิดการติดต่อโดยตรงหากโดนสัตว์กัด และติดเชื้อทางอ้อม สู่บาดแผล หรืออวัยวะต่างๆตามร่างกาย อาการของโรคฉี่หนู มีไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ตาแดง และอาจมีจุดเลือดตามผิดหนัง 5.อาหารเป็นพิษ เกิดจากการทานน้ำหรืออาหารที่มีสารปนเปื้อนเช่น แบคทีเรียที่ถูกสร้างในอาหาร, น้ำฝนที่ปนเปื้อน, สารเคมี, สารพิษและเชื้อโรค อาการที่พบได้บ่อยๆคือ ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ มีไข้และอ่อนเพลีย เราสามารถลด หรือเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคและการติดเชื้อได้ ด้วยการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ที่สำคัญ หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจ และรับการรักษาอย่างตรงจุด

BACK TO SCHOOL

การเตรียมความพร้อมในด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กๆ ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว เด็กๆ หลายคนต้องไปโรงเรียน ถึงตอนนี้จะไม่พบโรคระบาดที่ร้ายแรง แต่ก็ยังพบการระบาดของโรคที่มากับฤดูต่างๆอยู่บ้าง เช่นโรคที่มากับหน้าฝน ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอมให้เด็กๆ ซึ่งนอกจากอุปกรณ์การเรียนที่ต้องพร้อมแล้ว การเตรียมความพร้อมในด้านการส่งเสริมสุขภาพเด็กๆ ก็สำคัญเช่นกัน เพื่อลดอาการเจ็บป่วยต่างๆ ของเด็กๆในช่วงเปิดเทอม เด็กๆและคุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างไปดูกัน อย่างไรก็ตามอาการเจ็บปวดต่างๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และไม่ได้มีแค่โควิด-19 ที่ต้องระวัง แต่ยังมีโรคติดต่ออื่นๆ ที่สามารถติดเชื้อได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต่างๆ เพื่อสอนให้เด็กๆ เข้าใจและรู้จักป้องกัน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและก่อให้เกิดโรคได้ ถ้าหากมีอาการเจ็บป่วยขึ้นมาควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อเข้าพบแพทย์และรับการรักษาทันที เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กๆ